mizunoshop.us

MIZUNO.US

Mizuno แบรนด์สุดเก๋าจากแดนอาทิตย์อุทัย

Mizuno ถือเป็นอีกหนึ่งแบรนด์เก่าแก่ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งพวกเขาโด่งดังในด้านอุปกรณ์กีฬานานาชนิด ที่การันตีความคราฟต์ตามแบบฉบับ Made in Nippon โดยตลอดระยะกว่า 110 ปีที่ ยืนเคียงคู่วงการกีฬาผลิตนวัตกรรมต่าง ๆ มากมายเพื่อโลกเสมอมา ด้วยเรื่องราวประวัติความเป็นมาขนาดนี้ ทีมงาน UNLOCKMEN  จึงอยากจะหยิบประวัติศาสตร์ของแบรนด์ รวมถึงก้าวเดินต่อไปของพวกเขามาเล่าสู่กันฟัง

จุดเริ่มต้นของ Mizuno

Mizuno

Mizuno ก่อตั้งขึ้นในปี 1906 จากความตั้งใจของ ริฮาชิ มิซุโนะ และน้องชายที่ได้เดินทาไปท่องเที่ยวในประเทศสหรัฐอเมริกาจนเกิดความหลงใหลในกีฬาเบสบอล จึงหวังว่าจะกลับพัฒนาอุปกรณ์กีฬาคุณภาพสูงในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งในช่วงเวลาแรก ทุ่มเทแรงงานไปกับการผลิตอุปกรณ์เบสบอล ก่อนที่จะเริ่มผลิตโปรดักช์อื่น ๆ อาทิ เทนนิส กอล์ฟ สกี ฟุตบอล หรือแม้กระทั่งแฮนด์บอล ตามมาในภายหลัง

Mizuno

จุดมุ่งหมายของ ริฮาชิ มิซุโนะ ในการสร้าง Mizuno ก็เพื่ออยากจะรีดศักยภาพของนักกีฬาญี่ปุ่นที่มีขีดจำกัดกว่านักกีฬาชาติอื่น ๆ ให้มีผลงานยอดเยี่ยมทัดเทียมกัน เพราะเขาเชื่อว่าความสามารถถือเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จแต่อุปกรณ์อำนวยความสะดวกจะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่นักกีฬาได้ดียิ่งขึ้น ดังนั้นตลอดเวลา ถึงหมกหมุ่นอยู่กับการหาเทคโนโลยีล้ำสมัยจนมีคำขวัญประจำบริษัทว่า “ไม่เคยหยุดนิ่ง”

Mizuno

กระทั่งช่วงกลางยุค 80s พวกเขาก็ได้ค้นพบกับนวัตกรรมของตัวเองและเป็น signature ที่ยังคงใช้มาจนถึงทุกวันนี้ อันได้แก่ MizunoWave ที่ได้บรรยายสรรพคุณถึงชั้นพื้นกลางสุดแสนวิเศษ เป็นแผ่นพลาสติกที่เรียกว่า Wave plate บริเวณ Midsole ของตัวรองเท้า ซึ่งจะมองได้เห็นชัดสุดในส่วนส้นมีลักษณะเป็นรูปคลื่น แผ่นรูปคลื่นนี้จะช่วยรองรับแรงกระแทกและกระจายมันออกไปทั่งทั้งแผ่นเหมือนโช้คอัพในรถยนต์

พวกเขาได้ใช้เทคโนโลยี Wave กับรองเท้าทุกประเภท แต่สำหรับโปรดักส์ที่ขึ้นชื่อลือชาสุดของ แบรนด์ คงจะหนีไม่พ้นรองเท้าวิ่งที่ต่างครองใจเหล่านักวิ่งทั้งระยะสั้นหรือมาราธอน ให้สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ทว่ายังมีนวัตกรรมใหม่ ๆ อย่างเช่น Sorbothane วัสดุรับแรงกระแทกได้อย่างดีปกป้องส้นเท้าจากการกระแทก หรือ Transpower ที่จะเป็นจุดส่งแรงเมื่อเท้ากระทบพื้นแล้วเด้งคืนเท้าตอบสนองให้นักวิ่ง วิ่งได้ดียิ่งขึ้น สำหรับแบรนด์ Mizuno

โลโก้ The Runbird

แม้จะมีประวัติศาสตร์แบรนด์อย่างยาวนาน แต่สำหรับโลโก้ของ มิซูโนะ เพิ่งจะมาเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับเทคโนโลยี Wave เนื่องจากก่อนหน้านี้รองเท้าของพวกเขาจะใช้สัญลักษณ์แทนด้วยตัวอักษร “M”

หลังจาก มิซูโนะ ประสบความสำเร็จในวงการกีฬาพวกเขาจึงต้องการสัญลักษณ์ที่บ่งจิตวิญญาณความเป็นแบรนด์ออกมาอย่างชัดเจน นาย ริฮาชิ มิซุโนะ จึงมอบหมายหน้าที่นี้ให้กับ Noboru Kono หัวหน้าแผนกดีไซน์ผู้ทำงานอยู่ร่วมกับแบรนด์มาอย่างยาวนานและเข้าใจวัฒนธรรมขององค์กรดีกว่าใครทั้งหมด

Kono – San ได้กลับมาพร้อมคอนเซ็ป abstract เป็น  “The Runbird” ที่สื่อถึงความสวยงามและอิสระภาพ เกี่ยวกับกีฬาที่ มิซูโนะ เปรียบดั่งพลังงานที่มหาศาลและไม่มีวันหมด จากนั้นโลโก้นี้ถูกใช้รวมกับสินค้าไลน์ใหม่ ๆ และได้เปลี่ยนทิศทางของแบรนด์ให้มีความสากลมากยิ่งขึ้น

Mizuno

แต่แนวคิดดังกล่าวถูกตีความต่างออกไปเนื่องจากตลอดในช่วงเวลาหลาย ๆ ปีที่แบรนด์พยายามผลักดันนวัตกรรมล้ำสมัยมอบแด่วงการกีฬา โดยเฉพาะกีฬาวิ่ง คนจึงมองภาพ Runbird ของ มิซูโนะ เป็น ความปราดเปรียว รวดเร็ว แทน

ก้าวต่อไปพร้อมลุยตลาดรองเท้า sneakers

แม้จะโด่งดังอย่างมากสำหรับอุปกรณ์กีฬาหลาย ๆ ประเภท แต่กลับมีจุดด้อยในเรื่องสินค้าไลฟ์สไตล์ เพราะถ้าเราพูดถึงรองเท้า sneakers ใส่เล่นเราจะนึกไม่ออกเลยว่า มีรองเท้ารุ่นอะไรบ้าง แต่อันที่จริงแล้วพวกเขาเคยผลิตรองเท้ารุ่น  Wave Rider ออกมาซึ่งหลายคนอาจจะไม่เคยเห็นหน้าค่าตามันเสียด้วยซ้ำ

แต่ต้องยอมรับว่าชั่วโมงนี้กระแสสตรีทแฟชั่นโดยเฉพาะ sportwear ถือว่าอินเทรนด์มาก ๆ ดังนั้นเพื่อโหนกระแสรองเท้า sneakers ที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จึงพยายามรวมความเป็นกีฬาและไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน จึงเกิดเป็น sportstyle เพื่อจับกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ที่อาจทำให้สอดคล้องกับสินค้าไลน์อื่นของพวกเขา ทั้งนี้ทั้งนั้น คงจะไม่โดดลงมาเล่นกับกลุ่มตลาดไลฟ์สไตล์อย่างเอาเป็นเอาตาย เพราะนั้นไม่ใช่จุดแข็ง แต่ จะชูจุดเด่นในเรื่องเทคโนโลยีแบบที่เป็นมาและความคราฟแมนแบบญี่ปุ่น ชนิดที่หากคุณเป็นคนชอบเสพความเป็นญี่ปุ่นแบบเต็มขั้นคงจะไม่อยากพลาดด้วยประการทั้งปวง

โดยประเจคที่เขา กำลังจากคลอดออกมาในปีนี้คือ “Kazoku” ที่แปลว่าครอบครัว ทาง เขาได้เชิญร้านรองเท้าชื่อดังมากมายจากทั่วโลกอย่าง Patta, solebox, Slam Jam Socialism, Sneakersnstuff, mita sneakers, Beams, Wood Wood, Afew, Titolo, Hanon, Footpatrol, One Block Down และ 24 Kilates มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัว  และเตรียมสร้างรองเท้าสุดพิเศษในรุ่น Wave Rider ซึ่งคาดว่าจะได้ยลโฉมเร็ว ๆ นี้

ดังนั้นต้องมาดูกันว่าทิศทางของ พวกเขา หลังจากนี้จะเป็นเช่นไรต่อไป แต่รับรองว่าโปรเจค Mizuno “Kazoku” ต้องสั่นสะเทือนวงการอย่างเช่นที่ ASICS เคยทำไว้เมื่อหลายปีก่อนอย่างแน่นอน และ ปี 2018 นี้ Mizuno Wave Rider น่าจะได้เข้ามาอยู่ในชั้นรองเท้าของคุณเพิ่มอย่างแน่นอน